อัพเดทชีวิต ป.โท

posted on 24 Jun 2008 19:20 by foxenon  in activity

นานมากครับที่ไม่ได้เข้ามาเพิ่มเติมเรื่องราว ความเป็นไปของชีวิต ให้กับ Diary แห่งนี้
แต่ชีวิตข้างนอก Diary ของผมยังดำเนินไปอย่างเข้มข้นครับ

หลังจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผมอุปสมบท
เดือนเมษายนผมก็ลาสิกขาบท
เดือนพฤษภาคม ผมทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน เดือนสุดท้าย
เดือนมิถุนายน ผมสมัครเรียนต่อโท และย้ายที่อยู่มาในมหาวิทยาลัย
ตอนนี้ก็ 3 สัปดาห์กว่า ๆ แล้ว ที่อยู่ที่นี่

ชีวิตผมตอนนี้สบายมาก ๆ ครับ
ถึงไม่มีเงินเดือน ผมก็อยู่ได้อย่างดี
เพราะผมเคยอยู่ที่นี่มาตั้ง 4 ปีแล้วครับ
มีที่นอน อาบน้ำ แม้จะไม่เป็นส่วนตัวมาก แต่ผมก็ชอบครับ
มีร้านอาหารที่หากินง่ายกว่าสะพานควาย แถมราคาถูก
มีไฟฟ้า และอินเตอร์เนตให้ใช้แบบไม่เสียตังค์เพิ่ม
มีตู้ซักผ้า ราคาถูกกว่าหอเดิม
มีสระว่ายน้ำ ว่ายฟรี ๆ
มีสนามกีฬาและยิมให้ออกกำลังกายใกล้ ๆ
มีห้องสมุดใกล้แค่ 300 เมตร
มีห้างสรรพสินค้า และแหล่งบันเทิง แค่ข้ามถนนข้าง ๆ หอนี่เอง

ผมเรียนโทแค่สัปดาห์ละ 3 วัน เท่านั้นเองครับ
ทำงานสัปดาห์ละ 1 วัน ที่เหลือค้นคว้าเพิ่มเติมและพักผ่อนครับ
เพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกัน น่ารักทุกคนครับ
เจอกันยกมือไหว้ผมทุกคนเลย (ก็เป็นน้องผมทั้งนั้นน่ะ)
แถมมีน้องคนนึงเล่นไวโอลินได้ ผมเลยให้เขาสอนผมเล่นไวโอลินครับ
เก็บเข้ากุตั้งแต่ได้มา เพิ่งจะได้เอาออกมาเล่นปีนี้เอง

เนื่องจากเรียน ป.โท ผมเห็นว่า Note book เป็นสิ่งจำเป็นครับ
และ PC ของผมก็ 5 ปีแล้วครับ
เลยยก PC กลับบ้าน แล้วซื้อ Note book ใหม่ ในราคาเหยียบ 4 หมื่นบาท
ลง Vista มา หน้าตาไฮโซ มาก ๆ ครับ
แต่เรื่องอื่นๆ สู้ XP ไม่ได้เลย
โปรแกรมหลาย ๆ ตัว ใช้ใน Vista ไม่ได้
เช่น Buddydic ที่ผมใช้เป็นประจำ
แล้วก็ Bit Comet ที่กะว่า จะโหลดหนังขายเพราะเน็ตที่นี่เร็วมาก
เป็นอันต้องฝันสลาย.....

ผมของผมเริ่มยาวเหมือนเดิมแล้วครับ
มีแต่คนบอกว่าผมของผมยาวเร็ว
แต่ผมก็คิดว่า "เมื่อไหร่ผมของผมจะยาวเท่าเดิมเสียที"
เลยเก็บรูปปัจจุบันมาอวดกันครับ

รูปนี้ถ่ายเมื่อ 3 วันที่แล้ว "นุ้ย รับปริญญาโท" แล้วครับ

เรื่องอื่น ๆ เดี๋ยวอัพเดทให้ฟ้งทีหลังครับ
ตอนนี้ได้เวลาไปอ่านหนังสือแล้ว อู้มานานแล้ว

Ch@iyo

I am a monk

posted on 28 Mar 2008 20:43 by foxenon  in activity

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551
I am a monk

พอขึ้นต้นเรื่องก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่า entry นี้ผมจะเล่าเกี่ยวกับอะไร
ก็งานอุปสมบทของผมนั่นแหละครับ
ขอโทษท่านทั้งหลายที่ยังติดตามอ่านบล็อกของผมนะครับที่นาน ๆ (ถึงนานมาก) กว่าจะอัพแต่ละที
ยิ่งช่วงนี้ เดือนละครั้งเองครับ
ก็ขอขอบคุณนะครับที่ยังมาเม้นท์ให้เสมอ ๆ

เข้าเรื่องที่จะเขียนครับ
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นงานอุปสมบทของผมครับ
บวชที่วัดบัวงาม จังหวัดราชบุรี
เป็นความตั้งใจของผมเองที่จะบวช ไม่ได้มีใครบังคับ เอามีดมาจี้
ที่เลือกเอาวันและเวลานี้ก็มี 4 สาเหตุด้วยกัน


1. วันที่ 24 มีนาคม เป็นวันเกิดของผม ซึ่งปีนี้ผมอยากให้พิเศษสักหน่อย
คืออยากที่จะให้เป็นวันเกิดที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัตร์
ไม่ต้องมีเป่า cake ไม่ต้องมีกินเลี้ยงฉลอง
อยากผ่านคืนวันเกิดด้วยความสงบและเรียบง่ายที่สุด
...ยังจำวันเกิดเมื่อปีที่แล้วได้เลย
เป็นวันเกิดที่มีความสุขมากที่ผมจะจำไว้ตลอด
คือ ผมและเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนกันบนหาดทรายสีขาวละเอียดบนกาะเสม็ด...
แม้ว่าปีนั้นจะไม่ได้เป่า cake เหมือนกัน แต่มันก็ทำให้ผมประทับใจไม่ลืม
อ่านวันเกิดปีที่แล้ว ตรงนี้

2. แก้เคล็ด...ปีนี้ผมอายุครบ 26 ปีพอดีครับ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในช่วงระหว่างอายุ 25 ปี
ซึ่งหลายคนทักนักทักหนาว่า "เบญจเพศ" จะมีเรื่องร้าย ๆ
เกิดขึ้นกับต้วเองหรือคนรอบข้าง ให้ระวังตัวดี ๆ ไว้
เพื่อน ๆ บางคนของผมโดนกันมาแล้ว
ที่เห็นชัด ๆ ก็ไอ้ปลวกที่เสียพ่อ วันเกิดของเขาพอดี
ยังมีแต้ว เพื่อนที่คณะ เสียพ่อจากโรค "เส้นเลือดใหญ่ในสมองแตก"
ซึ่งท่านไม่เคยมีประวัติการป่วยแถมยังสุขภาพแข็งแรงมาตลอด
มันทำให้ผมตระหนักว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทางที่ดีควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่า
ไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง ก็เพื่อคนที่รักเรา ... เพื่อเขาจะได้มองดูเราไปนาน ๆ
ผมจึงเลือกที่จะใช้เวลาในช่วงสุดท้ายของเบญจเพศในวัด
ปลอดภัยและได้บุญด้วยครับ

3. เพื่อคนที่รักเรา...
ผมถามแม่ว่า "อยากให้ลูกบวชไหม?"
แม่ผมก็ตอบว่า "ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบ ไม่จำเป็น"
แต่ผมรู้ว่าลึก ๆ แล้ว แม่ก็อยากบวชลูกทุกคนแหละ
และก็จริง ๆ นะ ในวันงาน ถึงแม่จะเหนื่อย แต่แม่ก็ยิ้มอย่างมีความสุข
ผมถือว่าการบวชเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ
ไม่ใช่เพราะตอบแทนคุณอย่างเดียว เพราะมันคงเป็นแค่เสี้ยว
หนึ่งในล้าน ล้าน ส่วน ที่จะตอบแทนพระคุณของท่านได้
แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้ท่านมีความสุขบ้าง เมื่อเห็นลูกบวชให้
อีกอย่าง ... ยายผม ท่านเป็นอัมพาตครึ่งซ้าย
ยังไม่มีหลานบวชให้ท่านเลย
(มีลูก อากู๋ บวชแล้ว แต่อยู่คนละบ้าน)
ผมจึงอยากบวชให้ท่านด้วย
ท่านจะได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ (ความเชื่อโบราณเน้อะ)
วันที่ผมไปลาเพื่อจะมาบวช ยายนั่งนิ่ง
เอามือขวาลูบหัวผมทีนึง ไม่พูดอะไรเลย
แต่น้ำตาซึมเบ้าตายายผมเลย...
ผมไม่รู้หรอกว่ายายจะจากไปเมื่อไหร่
แต่คงอีกไม่นานนักหรอกเพราะยายแก่มากแล้ว
มีเหลนเกือบสิบคนแล้ว
และผมก็ถือว่าเป็นหลานที่ท่านรักมาก
ผมก็เห็นสมควรที่สุดที่จะบวชให้ท่านก่อนที่ท่านจะจากไป
(พิมพ์ ๆ อยู่น้ำตาก็ซึมออกมาเหมือนกัน)

4. ผมจะเรียนต่อโทแล้วครับ
และผมไม่รู้ว่า ถ้าไม่บวชช่วงนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้บวชอีก
พอเรียนจบโท ก็อาจจะต่อเอก หรือไม่ก็ทำงานเลย
พอทำงานแล้วก็คงไม่มีเวลาลางานมาบวชหรอก
ขนาดครั้งนี้ยังลายากเลย
ก็เลยต้องถือโอกาสนี้แหละ...
มีบางคนถามผมว่าจะบวชเพื่อจะเบียดหรือเปล่า
คงเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะแฟนผมยังไม่มีเลย
แต่ไม่แน่นะ ศึกออกไปอาจมีเลยก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะครับ...
ก็ถือโอกาสนี้ เคลียร์เรื่องบวชให้จบไปเลย

แล้วผมก็มีรูปมาโชว์ด้วย
แต่เป็นรูปบางส่วนเท่านั้นเอง เป็นรูปที่เพื่อนส่งให้ทางเมลล์
ยังไม่เห็นรูปทั้งหมดเพราะตอนนี้ยังอยู่วัดอยู่เลย


รูปนี้ก่อนโกนผม เป็นไง "บึ๊ก" เปล่า? ...
อุตส่าห์ไปฟิตเนตก่อนมาบวชเพื่อให้ตอนถอดเสื้อดูไม่น่าเกลียดอ่ะ


ตอนเป็น "นาค" ครับ
เดินรอบโบสถ์เองครับ ไม่มีใครให้ขี่หลัง


รูปนี้ของเปิดเผยหน้า โยมแม่ โยมพี่สาวและหลานก้อง


และรูปเพื่อน ๆ ที่กรุงเทพฯ ครับ
เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงาน พี่น้องคนอื่นที่ยังไม่มีรูปอย่าเพิ่งน้อยใจ
เดี๋ยวได้รูปทั้งหมดแล้วจะเอามาโชว์ล่ะกันครับ

ขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมงานครับ
งานครั้งนี้ ญาติฝ่ายก๋งมากันครบ 6 ครอบครัวเลยครับ
ขอบคุณเตยที่รวมเพื่อน ๆ ฝ่ายมัธยม และขับรถพาเพื่อน ๆ มา
งานนี้มีเซอร์ไพส์เพื่อน 3 คนที่ไม่คาดว่าจะมาแต่ก็มา
ม่อน ฉันทนา และติ๊กซึ่งมาแต่ไม่ทันเห็นเพราะกลับไปก่อน
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่สละเวลามากัน
และก็ขอบคุณคุณปอนกับพี่ตุ้มเป๊ะด้วยครับที่ส่ง message มาให้
ผมได้รับเรียบร้อยแล้วครับ
ผมตั้งใจเจริญภาวนาและแผ่เมตตาจิตให้ทุก ๆ คนครับ
ขอให้มีความสุขกันทุก ๆ คน รวมทั้งคนที่อ่านไดอะรี่ตอนนี้ด้วยครับ
อายุ วรรณะ สุขขะ พละ...เจริญพร

 

คนธรรมดา

posted on 09 Mar 2008 23:08 by foxenon  in music

ฟังเพลงนี้ครั้งแรกวันนี้ก็ชอบเลย
อยากให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันครับ

 

เนื้อเพลง : คนธรรมดา
August Thanx
วิชญ์วิสิฐ

 
วันเวลาที่แสนสวยงามของเรา อาจจบเท่านั้น
เป็นเพียงเพราะเราใช้มันทำให้กันและกัน ต้องเสียใจ
เมื่อความเป็นจริงวันวานเมื่อวานนั้นผ่านไป
แต่เรายังหวัง ให้รักที่เหลือเจือจางเป็นดั่งเดิมทุกอย่าง

เราใฝ่ไปเกินฝัน จนเป็นความไม่เข้าใจ
เวลาจะแปรอะไรจากที่เป็น
ไม่เว้นแม้รัก...ที่ผูกพันและเสียดาย
จนวันหนึ่งมันเปลี่ยนเราไปคล้ายใครไม่รู้จัก

บางทีเราเป็นเพียงคนโง่
บางทีเราเป็นเพียงคนเหงา
บางทีเราอาจเพียงต้องการแค่เรา ที่หายไป
บางทีเราเป็นเพียงคนหนึ่งธรรมดา ที่ไม่เข้าใจ
ในความหมายรักลึกซึ้ง และแสนยิ่งใหญ่ กว่าใครครอบครอง

เราเคยคิดว่าเราสองเรา ก็ต่างเข้าใจในรัก
และพยายามทำเหมือนว่าเราเคยรู้จัก...ความไว้ใจ
ก็เคยสัญญาว่าไม่ครอบครอง เราแค่ ประคองกันไว้
แต่ความรักนั้นทำให้ทุกอย่างมันไม่ง่าย...โอ้

เราใฝ่ไปเกินฝัน จนเป็นความไม่เข้าใจ
เวลาจะแปรอะไรจากที่เป็น
ไม่เว้นแม้รัก...ที่ผูกพันและเสียดาย
จนวันหนึ่งมันเปลี่ยนเราไปคล้ายใครไม่รู้จัก

บางทีเราเป็นเพียงคนโง่
บางทีเราเป็นเพียงคนเหงา
บางทีเราอาจเพียงต้องการแค่เรา ที่หายไป
บางทีเราเป็นเพียงคนหนึ่งธรรมดา ที่ไม่เข้าใจ
ในความหมายรักลึกซึ้ง และแสนยิ่งใหญ่ กว่าใครรู้

แล้วมันจะผ่านพ้นไป หรือเปล่า
แล้วเราจะลืมได้เมื่อไร
แล้วใจที่พังยับเยิน ใครจะเอาไว้

รัก...คือที่มาของความสุข แต่รัก...ก็เอามันคืนไป
ไม่รู้ใครบอกฉันสักทีว่า ความรัก...มันคืออะไร
มันคืออะไร...ใครบอกฉัน...

 วันนี้อัพแค่นี้แหละครับ
ขอให้มีความสุขกับวันพักผ่อนสบาย  ๆ ครับ